ประโยคเงื่อนไข   คลิกที่นี่ เพื่อโหลดเรื่องนี้

ประโยคเงื่อนไข (Conditional Sentences)

คือประโยคที่ผู้พูดสมมติหรือคาดคะเนว่า ถ้ามีเหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดขึ้นก็จะมีเหตุการณ์อีกอย่างหนึ่งตามมา เช่น ถ้าน้ำเดือดมันจะกลายเป็นไอ การกลายเป็นไอ อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า “ถ้าน้ำเดือด” กล่าวคือ ถ้าน้ำเดือด มันจะกลายเป็นไอ ถ้าน้ำไม่เดือดมันก็จะไม่เป็นไอ ประโยคเงื่อนไข จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
1. ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause)
2. ส่วนที่เป็นผล (Main clause)
เช่น
If it is fine, we will play basketball.
(ถ้าอากาศดีพวกเราจะเล่นบาสเก็ตบอล)
ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คือ If it is fine
ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คือ we will play basketballข้อควรจำ จะเอา If – clause หรือ Main clause ขึ้นต้นก่อนก็ได้ แต่
(1) ถ้าเอา If – clause ขึ้นต้น จะต้องใส่เครื่องหมาย Comma (,) หลัง If – clause เช่น If it is fine, we will play basketball.
(2) ถ้าเอา Main clause ขึ้นต้น ไม่ต้องใส่เครื่องหมาย Comma (,) หลัง Main clause เช่น We will play basketball if it is fine.

ประโยคเงื่อนไข (Conditional Sentences) มี 3 แบบ คือ
1. ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1  เป็นประโยคเงื่อนไขที่ใช้แสดงเหตุการณ์ที่เป็นจริงเสมอหรือคาดว่าจะเป็นจริงอย่างไม่ต้องสงสัย จะมีลักษณะประโยคดังนี้
1.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น คำกริยาช่อง 1
1.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น will + คำกริยารูปเดิม
เช่น If he works hard, he will pass the exam.
หรือ He will pass the exam if he works hard.
(ถ้าเขาทำงานหนักเขาจะสอบผ่าน) (= ตอนนี้ยังไม่ได้สอบแต่คาดว่าเขาจะต้องสอบผ่าน)

นอกจากนี้แล้ว ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของคำกริยาใน Main clause ใน 4 กรณีต่อไปนี้คือ
1. เงื่อนไขที่แสดงความอาจจะเป็นไปได้ จะใช้โครงสร้างดังนี้
1.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น คำกริยาช่อง 1
1.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น may/might + คำกริยารูปเดิม
เช่น If we are free, we may (หรือ might) go to the movie tonight.
(ถ้าพวกเราว่างพวกเราอาจจะไปดูหนัง)
2. เงื่อนไขที่แสดงความสามารถจะใช้โครงสร้างดังนี้
2.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น คำกริยาช่อง 1
2.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น can + คำกริยารูปเดิม
เช่น If the rain stops, they can go out.
(ถ้าฝนหยุดตกพวกเขาสามารถออกไปข้างนอกได้)
3. เงื่อนไขที่แสดงการขอร้องหรือคำสั่งจะใช้โครงสร้างดังนี้
3.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น คำกริยาช่อง 1
3.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น must/should + คำกริยารูปเดิม
เช่น If you want to be fat, you must (should) eat more.
(ถ้าคุณต้องการอ้วนคุณต้อง / ควรทานให้มากขึ้นกว่านี้)
4. เงื่อนไขที่แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เป็นนิสัยหรือข้อเท็จจริง จะใช้โครงสร้างดังนี้
4.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น คำกริยาช่อง 1
4.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น คำกริยาช่อง 1
เช่น If you throw stone into the water, it sinks.
(ถ้าคุณโยนก้อนหินลงไปในน้ำ มันจะจม)
2. ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 เป็นประโยคเงื่อนไขที่ใช้แสดงเหตุการณ์ที่อาจเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้ หรือไม่อาจเป็นจริงได้เลย ใช้กับเหตุการณ์ในปัจจุบันหรืออนาคต จะมีลักษณะประโยคดังนี้
2.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น คำกริยาช่อง 2
2.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น would + คำกริยารูปเดิม
เช่น If he worked harder, he would pass the exam.
หรือ He would pass the exam if he worked harder.
(ถ้าเขาทำงานหนักมากขึ้นเขาจะสอบผ่านซึ่งที่จริงแล้วเขาอาจจะสอบไม่ผ่านก็ได้)

นอกจากนี้แล้ว ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของคำกริยาใน Main clause ใน 2 กรณีต่อไปนี้ คือ
1. ใช้ might แทน would เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่อาจเป็นไปได้ และใช้ could แทน would เพื่อแสดงความสามารถ โดยใช้โครงสร้างดังนี้
1.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น คำกริยาช่อง 2
1.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น might/could + คำกริยารูปเดิม
เช่น If he tried again, he might get the answer.
(ถ้าเขาพยายามอีกครั้งเขาอาจจะได้คำตอบ = อาจจะได้คำตอบหรือไม่ได้ก็ได้)
2. ถ้าคำกริยาใน Main clause เป็น Verb to be จะต้องใช้ were เพียงตัวเดียว    ไม่ว่าประธานจะเป็นอะไรก็ตาม โดยใช้โครงสร้างดังนี้
2.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น were
2.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น would + คำกริยารูปเดิม
เช่น If I were you, I would play with Sak.
(ถ้าผมเป็นคุณผมจะเล่นกับศักดิ์=ไม่อาจเป็นไปได้เพราะผมไม่สามารถเป็นคุณได้)
3. ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 เป็นประโยคเงื่อนไขที่ใช้แสดงเหตุการณ์ที่ตรงข้ามกับความจริง เพราะเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว จะมีลักษณะประโยคดังนี้
3.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น had + คำกริยาช่อง 3
3.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น would have + คำกริยาช่อง 3
เช่น If he had worked hard, he would have passed the exam.
หรือ He would have passed the exam if he had worked hard.
(ถ้าเขาทำงานหนักเขาก็จะสอบผ่านแต่ความเป็นจริงเขาสอบแล้วแต่สอบไม่ผ่าน)

นอกจากนี้แล้ว ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของคำกริยาใน Main clause ใน 2 กรณีต่อไปนี้ คือ
1. ใช้ could have แทน would have เพื่อแสดงความสามารถ โดยใช้โครงสร้างดังนี้
1.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น had + คำกริยาช่อง 3
1.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น could have + คำกริยาช่อง 3
เช่น If he had met her, he could have helped her.
(ถ้าเขาพบเธอเขาสามารถที่จะช่วยเธอได้ = ความจริงเขาไม่ได้พบเธอ)
2. ใช้ might have แทน would have เพื่อแสดงความเป็นไปได้ โดยใช้โครงสร้างดังนี้
2.1 ส่วนที่เป็นเหตุหรือเงื่อนไข (If – clause) คำกริยาจะเป็น had + คำกริยาช่อง 3
2.2 ส่วนที่เป็นผล (Main clause) คำกริยาจะเป็น might have + คำกริยาช่อง 3
เช่น If we had finished our homework, we might have gone to the movie.
(ถ้าพวกเราทำการบ้านเสร็จพวกเราอาจจะไปดูหนัง = ความจริงพวกเราไม่ได้ไป)

About these ads